lnwshop logo
เจ้าของร้านค้านี้ ไม่ได้เข้าสู่ระบบเป็นระยะเวลา 17 วัน แล้ว

พระยาพิชัยดาบหักแบบจิ๋วห้อยคอ

พระยาพิชัยดาบหักแบบจิ๋วห้อยคอ
พระยาพิชัยดาบหักแบบจิ๋วห้อยคอ thumbnail 1พระยาพิชัยดาบหักแบบจิ๋วห้อยคอ thumbnail 2
หมวดหมู่ พระยาพิชัยดาบหัก
ราคา 99.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 29 พ.ย. 2558
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
องค์ละ
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

 

พระยาพิชัยดาบหัก จิ๋วห้อยคอ

หล่อจากแร่ศักดิ์สิทธิ์ แร่เหล็กน้ำพี้ จ.อุตรดิตถ์

ชีวประวัติพระยาพิชัยดาบหัก

พระยาพิชัยดาบหัก

     พระยาพิชัยดาบหักเป็นเจ้าเมืองพิชัย ในสมัยกรุงธนบุรีได้สร้างวีรกรรมที่ลือเลื่องในปี พ.ศ. ๒๓๑๖ เมื่อพม่ายกกองทัพมาตีเมืองพิชัย ซึ่งปรากฏข้อความในพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถาเลขาตอนหนึ่งว่า ครั้งถึง ณ เดือนอ้ายข้างขึ้น โปสุพลายกกองทัพมาตีเมืองพิชัยอีก พระยาพิชัยก็ยกพลทหารออกไปรบแต่กลางทางยังไม่ถึงเมืองเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพระพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถและพระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงลือชื่อปรากฏเรียกว่า พระยาพิชัยดาบหัก แต่นั้นมา……..

 จะเห็นได้ว่าชื่อ พระยาพิชัยดาบหัก ก็เรียกขานกันมานานถึง ๒๐๐ กว่าปีแล้วจนกระทั่งทางจังหวัดอุตรดิตถ์ด้านสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดและทางอำเภอพิชัยก็ได้ปั้นรูปพระยาพิชัยดาบหักประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าพ่อพระยาพิชัยดาบหักอีกด้วย

สำหรับประวัติพระยาพิชัยดาบหักนี้ พระยาศรีสัชนาลัยบดี ( เลี้ยง ศิริปาละกะ ) ซึ่งเป็นชาวพิชัยโดยกำหนดได้รวบรวมเรียบเรียงขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ แลได้นำเผยแพร่ในหนังสือเสนาศึกษา เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๗ นำมาเรียบเรียงใหม่ดังนี้

 

     พระยาพิชัยดาบหักเดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้านห้วยคา หลังเมืองพิชัยไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๐๐ เส้นเศษบิดามารดาตั้งบ้านเรือนไถนาหาเลี้ยงชีพมีบุตรด้วยกัน ๔ คน แต่เป็นไข้ทรพิษตายความเดียวกัน ๓ คน เหลือจ้อยคนเดียวเมื่อจ้อยอายุได้ ๘ ขวบ บิดาให้เลี้ยงควายและชอบชกมวยมาก บิดาจึงนำตัวไปฝากท่านพระครูวัดมหาธาตุเมืองพิชัยเพื่อเรียนหนังสือจนอายุย่างเข้า ๑๔ ขวบ ก็อ่านออกเขียนได้ ในขณะที่อยู่ที่วัดมหาธาตุนั้นจ้อยชอบดูการชกมวยมากและเมื่อมีเรื่องชกต่อยกับเด็กวัดด้วยกัน จ้อยก็สามารถเอาชนะได้ทุกคน ต่อมาเจ้าเมืองพิชัยได้นำบุตรชายชื่อ เจิด กับเด็กคนใช้อีก ๓ คนมาฝากท่านพระครูเรียนหนังสือต่อมาเกิดวิวาทชกต่อยกันจ้อยเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเจิดเป็นบุตรชายเจ้าเมืองพิชัยจึงหนีไปบ้านท่าเสาเพื่อไปหัดมวยที่นั่น ระหว่างที่เดินทางมาถึงวัดบ้านแก่งเห็นครูเที่ยงกำลังสอนมวยอยู่จึงสมัครเป็นศิษย์ เนื่องจากเกรงจะมีคนจำชื่อได้จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ทองดี เมื่อหัดมวยจนฝีมือเป็นเลิศกว่าคนอื่นแล้ว ครูเที่ยงจึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ทองดี ฟันขาว ต่อมาศิษย์ครูเที่ยงอีก ๔ คนเกิดอิจฉาจนเกิดเรื่องชกต่อยกันนายทองดีเห็นว่าอยู่ไปก็ไม่มีความสุขจึงขอลาครูเที่ยงเดินทางติดตามพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งจะไปนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์โดยไปพักอยู่ที่วัดบางเตาหม้อกับพระภิกษุรูปนั้น เมื่อพระภิกษุรูปนั้นกลับจึงฝากนายทองดีอยู่กับพระภิกษุไปหาครูที่ท่าเสาชื่อ ครูเมฆ เพื่อขอเป็นศิษย์ฝึกหัดมวยจนสำเร็จการมวยในระหว่างนี้ นายทองดีอายุได้ ๑๘ ปี ได้แสดงความสามารถติดตามผู้ร้ายที่เข้ามาลักควายครูเมฆโดยฆ่าคนร้ายตาย ๑ คนและจับคนร้ายที่ยังไม่ตายได้อีก ๑ คน โดยนำมามอบให้กรมการตำบล บางโพท่าอิฐ นายทองดีได้รับการชมเชยและได้บำเหน็จรางวัลจากกรมตำบลท่าอิฐถึง ๕ ตำลึง

 

     นายทองดีได้มีโอกาสแสดงฝีมืออีกครั้งหนึ่งด้วยการชกมวยในงานมหรสพฉลองพระแท่นศิลาอาสน์โดยชกชนะนายถึก (ศิษย์ครูนิล) และยังชนะครูนิลอีกด้วย ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีนักมวยคนใดแขวงเมืองพิชัย เมืองทุ่งยั้ง เมืองลับแล และเมืองฝางมาขันสู้กับนายทองดีเลย ต่อมาอีก ๓ เดือน พระสงฆ์เมืองสวรรคโลก ชวนนายทองดีไปเมืองสวรรคโลกและได้ฝากนายทองดีกับครูฟันดาบผู้ฝึกบุตรเจ้าเมืองสวรรคโลก ได้ฝึกหัดอยู่ประมาณ ๓ เดือน ก็ทำได้คล่องแคล่วทุกท่าทุกทางจนจบหลักสูตร ทั้งยังได้ซ้อมฟันดาบกับบุตรชายเจ้าเมืองสวรรคโลก ด้วยนายทองดีได้ลาครูฟันดาบเดินทางไปยังสุโขทัย ขอสมัครเป็นศิษย์กับครูจีนแต้จิ๋วคนหนึ่งเพื่อฝึกมวยจีนและฝึกอยู่จนสำเร็จ ทั้งยังมีลูกศิษย์ คนหนึ่งชื่อบุญเกิดด้วย ตอนนี้นายทองดีและบุญเกิดอาศัยอยู่ที่วัดธานี อยู่วัดนี้ได้ประมาณ ๖ เดือน ก็มีชาวจีนคนหนึ่งมาจากเมืองตาก เห็นฝีมือของนายทองดีจึงชวนไปเมืองตาก โดยเล่าว่าพระยาตาก เจ้าเมืองมีความสนใจและชอบคนมีฝีมือ แต่ความจริงต้องการชวนนายทองดีไปเป็นเพื่อน เพราะกลางทางมีเสือดุ นายทองดีตกลงไปเมืองตาก โดยชวนบุญเกิดไปด้วยระหว่างทางตอนกลางคืนเสือได้เข้ามาคาบบุญเกิดไป นายทองดีเข้าช่วยโดยต่อสู้กับเสือจนบาดเจ็บหนีไปและได้บุญเกิดคืนมาแต่บาดเจ็บมาก ต้องไปรักษาที่วัดใหญ่เมืองตาก อยู่ถึง ๒ เดือนจึงหาย

 

     วันหนึ่งพระเจ้าตากมาถือน้ำพิพัฒน์สัตยาที่วัดใหญ่ และมีมวยฉลองด้วย นายทองดีได้ชกกับครูมวย ชื่อห้าว และสามารถเอาชนะได้ พระเจ้าตากอยากดูฝีมือนายทองดีอีกจะให้ชกกับครูมวยชื่อหมึก นายทองดีก็สามารถชนะได้อีก พระเจ้าตากชอบใจฝีมือนายทองดีมาก ได้มอบรางวัลให้ ๕ ตำลึง และรับตัวเข้าทำงานด้วย พระเจ้าตากโปรดปรานนายทองดีมาก

 

     พอนายทองดีอายุ ๒๑ ปี พระเจ้าตากก็จัดการบวชให้เป็นพระภิกษุสงฆ์บวชอยู่ ๑ พรรษาก็สึกออกมาอยู่กับพระเจ้าตากต่อไป พระเจ้าตากตั้งใจให้เป็น หลวงพิชัยอาสา และยังได้นางสาวรำยงสาวใช้ของคุณหญิงเป็นภริยาด้วย เมื่อพระเจ้าตากจะไปไหนก็ให้หลวงพิชัยอาสาติดตามไปด้วยทุกครั้ง ต่อมาพระเจ้าตากได้รับท้องตรากระแสร์พระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้พระเจ้าตากไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ กรุงศรีอยุธยาจะโปรดเกล้าให้เป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาตามพระเจ้าตากไปด้วยก็มีพม่าข้าศึกยกกองทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการและหลวงพิชัยอาสาเข้าช่วยรบพม่าภายในกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องด้วยมิได้รับความยุติธรรมและขาดความอิสระในการรบพุ่งพระยาวชิรปราการพร้อมด้วยหลวงพิชัยอาสาและพรรคพวก ซึ่งมีพระเชียงเงินหลวงพรมหมเสนา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี หมื่นราชเสน่หา และพลทหารตีฝ่ายพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาเดินทางผ่านเมืองปราจีนบุรี ระยอง จนถึงเมืองจันทบุรีรวบรวมผู้คนเสบียงอาหารและอาวุธยุทธภัณฑ์ไว้พร้อมแล้ว จึงยกทัพเรือลงมาตีเมืองธนบุรี ได้รบกับนายทองอิน ซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมือง จับนายทองอินประหารชีวิตเสีย สุกี้พระนายกองพม่าผู้รักษากรุงศรีอยุธยา ซึ่งตั้งค่าอยู่ที่โพธิ์สามต้นได้ทราบข่าวจึงให้มองหย่าเป็นนายทัพคุมทหารมอญและทหารไทยมาตั้งรับอยู่ที่บ้านเพนียด พระเจ้าตากจึงสั่งให้หลวงพิชัยอาสาเป็นนายทัพหน้ายกเข้ามาตีมองหย่ามีความเกรงกลัวฝีมือหลวงพิชัยอาสาจึงถอยทัพหนีไปมิได้ต่อสู้พระเจ้าตากจึงสั่งให้หลวงพิชัยอาสาบุกเลยเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นล้อมค่ายสุกี้ พระนายกองและรบกันอยู่ถึง ๒ วันก็ตีค่ายโพธิ์สามต้นแตกตัวสุกี้พระนายกองตายในที่รบ เมื่อพระเจ้าตากได้ชัยชนะแล้วได้เข้าไปตั้งพลับพลาประทับอยู่ในพระนครและได้เห็นปราสาทรวมทั้งตำหนักถูกเพลิงไหม้เสียมาก ต่อมากจะซ่อมแซมใหม่ก็ยากจึงชวนกันไปสร้างเมืองธนบุรีเป็นราชธานีและทำพิธีปราบดาพิเษก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๑ ทรง็นวาพระนามว่า พระรมราชาธิราชที่ ๔ แต่มักเรียกกันว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บ้าง พระเจ้าตากสิน บ้างและโปรด ฯ ให้หลวงพิชัยอาสาเป็นเจ้าหมื่นไวยวรนาถมีตำแหน่งเป็นนายทหารเอกวงษ์ในพระองค์

 

     เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีสร้างเมืองธนบุรีเป็นราชธานีแล้วจึงทรงดำเนินการปราบก๊กต่าง ๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ทางภาคตะวันออกปราบได้ก๊กของกรมหมื่นเทพพิพิธซึ่งตั้งตัวใหญ่ที่เมืองพิมายและโปรด ฯ แต่งตั้งให้เจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นพระยาสีหราชเดโชแล้วจึงเสด็จยกทัพไปปราบปรามก๊กฝ่ายเหนือปราบได้ก๊กเจ้าพระฝางเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๓ แล้วโปรด ฯ แต่งตั้งให้พระยาสีหราชเดโชเป็นพระยาพิชัยให้ครองเมืองพิชัยต่างพระเนตรพระกรรณให้มีไพร่พล ๙,๐๐๐ คน ทั้งทรงพระกรุณาโปรด ฯ พระราชทานเครื่องยศให้เสมอด้วยเจ้าพระยาสุรสีห์และทรงแต่งตั้งนายบุญเกิดคนสนิทของพระยาพิชัยเป็นหมื่นหาญณรงค์เป็นนายทหารคนสนิทของพระพิชัยอีกด้วย เมื่อพระยาพิชัยครองเมืองนั้นได้ทราบว่าบิดาถึงแก่กรรมเสียแล้วยังอยู่แต่มารดาจึงใช้ให้ทหารไปตามตัวมาหา พอมารดามาถึงก็หมอบกราบไม่เงยหน้าดูเพราะความกลัวด้วยยังไม่ทราบว่าเป็นบุตรของตัวพระยาพิชัยรีบลุกไปจับมือมารดาไว้ห้ามไม่ให้กราบไหว้ พลางกราบลงกับเท้ามารดาแล้วเล่าเหตุการณ์ที่ได้ซัดเซพเนจรให้มารดาฟังแต่ต้นจนได้มาครองเมืองพิชัย เมื่อมารดาทราบว่าท่านเป็นบุตรก็ร้องไห้ด้วยความดีใจอย่างสุดปลื้มแต่ก่อนชาวบ้านเรียก มารดาท่านว่านางนั่นยายนี่ต้องกลับบ้านเรียกว่าคุณแม่ใหญ่ในจวนไปตามกัน ส่วนครูเที่ยงที่บ้านแก่งและครูเมฆที่บ้านท่าเสา พระยาพิชัยก็ตั้งให้เป็นกำนันทั้งสองคนเพื่อสนองคุณคนทั้งสองนั่นเอง

 

     ในปลายปี พ.ศ. ๒๓๑๓ นี้เองโปมะยุง่วน ซึ่งพม่าตั้งให้รักษาเมืองเชียงใหม่ได้ยกทัพชาวพม่าและชาวลานนาลงมาตีเมืองสวรรคโลกพระยาพิชัยก็ยกทัพเมืองพิชัยไปช่วยรบร่วมกับกองทัพเมืองพิษณุโลกตีทัพพม่าพ่ายหนีไปต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๑๕ โปสุพลาซึ่งมาอยู่ช่วยราชการรักษาเมืองเชียงใหม่นั้นยกกองทัพตีเมืองลับแล ณ วัดเอกา พระยาพิชัยก็จัดแจงการป้องกันเมืองเป็นสามารถเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วยเมืองพิชัยและเจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัยยกพลทหารเข้าตีค่ายพม่า พม่าออกต่อรบ ๆ กันถึงอาวุธสั้นพลทัพไทยไล่ตะลุมบอลฟันแทงพลทหารพม่าล้มตายเป็นอันมากพม่าต้านทานมิได้ก็แตกพ่ายหนีเลิกทัพกลับไปเมืองเชียงใหม่ รุ่งขึ้นอีกปีหนึ่งโปสุพลายกกองทัพมาตีพิชัยอีกพระยาพิชัยก็ยกพลทหารออกไปรบแต่กลางทางยังไม่มาถึงเมืองเจ้าพระยาสุรสีห์ก็ยกกองทัพเมืองพระพิษณุโลกขึ้นไปช่วยได้รบกับพม่าเป็นสามารถและพระยาพิชัยถือดาบสองมือคุมทหารออกไล่ฟันพม่าจนดาบหักจึงลือชื่อ ปรากฏเรียกว่า พระยาพิชัยดาบหัก แต่นั้นมาตอนที่พระยาพิชัยคุมพลทหารออกไล่ฟันแทงพม่านั้น เนื่องจากกำลังชุลมุนฟันแทงกันอยู่เท้าพระยาพิชัยเหยียบดินลื่นเซจะล้มจึงเอาดาบยันดินไว้เพื่อมิให้ล้มดาบจึงหักไป ๑ เล่ม พม่าเห็นพระยาพิชัยเสียเชิงเช่นนั้นจึงกลับหน้าปราดเข้ามาฟันหมื่นหาญณรงค์รานทหารคู่ชีพของพระยาพิชัยก็ทะลึ่งเข้ารับพม่า ผู้นั้นมิทันทำร้ายพระยาพิชัยได้พม่าผู้นั้นเสียท่าหมื่นหาญณรงค์ฟันตายแต่แล้วกระสุนปืน พม่ายิงมาถูกหมื่นหาญณรงค์ตรงอกทะลุหลังล้มพับลงขาดใจตายในขณะนั้นพระยาพิชัยเห็นหมื่นหาญณรงค์ถูกกระสุนปืนเข้าศึกตายดังนั้นก็เสียใจอาลัยหมื่นหาญณรงค์ผู้เพื่อนยากยิ่งนักเลยบันดาลโทสะเข้าไล่ตลุมบอนฟันแทงพม่ามิได้คิดแก่ชีวิตพม่าต้านทานไม่ไหวก็แตกพ่ายไป

 

     พระยาพิชัยดาบหักได้ร่วมรบกับพม่าอีกหลายครั้งจนกระทั่งสิ้นแผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรีพระบาทมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จขึ้นเถลิงถวัลราชสมบัติ ณ กรุงเทพมหานคร โปรดเกล้าให้เสนาบดีเรียกตัวพระยาพิชัยดาบหักลงไปถามว่าจะยอมอยู่ทำราชการต่อไปหรือไม่ ถ้ายอมอยู่จะเลี้ยงเพราะหาความผิดมิได้พระยาพิชัยดาบหักตรองเห็นว่าขืนอยู่ไปคงได้รับภัยมิใดก็วันหนึ่งเพราะตัวท่านเป็นข้าหลวงเดิมอันสนิทของพระเจ้าตากย่อมเป็นที่ระแวงท่านผู้จะเป็นประมุขแผ่นดินต่อไปทั้งประกอบด้วยความเศร้าโศกอาลัยในพระเจ้ากรุงธนบุรีเข้ากลัดกลุ้มในหทัยสิ้นความอาลัยในชีวิตของตนจึงตอบไม่ยอมอยู่จะขอตายตามเสด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีขอฝากแต่บุตรชายให้ได้ทำราชการสนองพระเดชพระคุณสืบสกุลต่อไปภายหน้าฉะนั้นจึงโปรดเกล้า ฯ ให้ประหารชีวิตเสียเมื่อพระยาพิชัยดาบหักสิ้นอายุได้ ๔๑ ปีจึงโปรดเกล้า ฯ ให้เสนาบดีท้องตราถึงผู้ครองเมืองเชียงใหม่ให้รับบุตรชายพระยาพิชัยดาบหักเข้าเป็นราชการต่อไปตามควรแก่ความสามารถ ฉะนี้บุตรหลานพระยาพิชัยดาบหักจึงเป็นข้าราชการการลำดับมาจนถึงทุกวันนี้และในสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ผู้สืบตระกูลได้รับพระราชทานนามสกุลว่า วิชัยขัทคะ นามนี้ถ้าแปลอนุโลมตามความเข้าใจก็คือ ดาบวิเศษของพระยาพิชัยดาบหักนั่นเอง

 

บูชาพระยาพิชัยดาบหัก จิ๋วห้อยคอ ของร้านวรันณ์ธรนี้ สร้างจากมวลสาร 9 อย่าง ของขลังหายากมีให้บูชาที่ร้านวรันณ์ธร แห่งเดียวใน จ.อุตรดิตถ์

1. หินเพชรเงินทองนาค ความเชื่อให้โชคลาภร่ำรวยเงินทอง

2. ไม้พญางิ้วดำ ความเชื่อเด่นทางด้านมหาอุดคงกระพัน คลาดแคล้วโชคลาภเมตตามหานิยมป้องกันคุณไสย์มนต์ดำ

3. ไม้กลายเป็นหิน ความเชื่อ มีตบะเดชะทางด้านอำนาจ แคล้วคลาด

ปลอดภัย ความเมตตา และโชคลาภ 


4. เพชรหน้าทั่ง ความเชื่อให้โชคลาภเด่นทางค้าขายป้องกันภัยต่างๆ

5. แก้วโป่งข่าม ความเชื่อป้องกันภัยคุณไสย์มนต์ดำเปลี่ยนจากสิ่งร้ายกลายเป็นดี

6. แร่ดูดทรัพย์ ความเชื่อดูดโชคลาภทรัพย์สินเงินทองความร่ำรวยมาให้แก่ผู้ครอบครอง

7. ไหลดำไหลเขียว ความเชื่อพลิกจากร้ายกลายเป็นดีความเจริญมั่นคงก้าวหน้า

ดูดพิษแมลงได้ แก้ของร้อนเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง

8. รังปลวกกลายเป็นหิน ความเชื่อให้คุณทางด้านสะสมทรัพย์สินเงินทองให้พอกพูนขึ้น

9. แร่เหล็กน้ำพี้ ความเชื่อล้างอาถรรพ์ป้องกันภูตผีปีศาจมนต์ดำต่างๆ

 

ราคาบูชาบูชาพระยาพิชัยดาบหัก แบบจิ๋วห้อยคอ

 

สีน้ำตาล (สีแร่เหล็กน้ำพี้ธรรมชาติ)องค์ละ 99 บาท

สีทองคำ สีเงิน สีนาค องค์ละ 129 บาท

 

 

 

          การันตีว่า วัตถุมงคลที่ร้านวรันณ์ธรสร้างท่านลูกค้าบูชาไปได้วัตถุมงคลที่ดีอย่างแน่นอน เพราะสร้างจากมวลสารของขลังหายาก มวลสารศักดิ์สิทธิ์9อย่าง รวบรวมจากทั่วประเทศ

 

ติดต่อบูชา พระเครื่อง เครื่องราง ของขลัง

 ผู้จัดการร้านโทร 084-8038208 คุณภัส

 

ไอดีไลน์  @line55   (มี@ด้วย)

ติดตามเพจ "ร้านวรันณ์ธร" คลิกเลย >> http://line.me/ti/p/%40line55

สั่งวัตถุมงคลผ่านไลน์ร้านสะดวกรวดเร็ว ตอบ 7.00น.-22.00น. ตอบภายใน 5-15นาทีรวดเร็ว มีผู้จัดการร้าน เจ้าของร้าน และพนักงานร่วมกันตอบ

 

พนักงานรับสาย เช้า 8.00น.-17.30น.รับสายเช้า-เย็น

โทร 087-7399336 , 089-8608818 , 087-8452061  

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

ร้านค้านี้ยังไม่ได้กำหนดวิธีการชำระเงินค่ะ กรุณา ติดต่อกับทางร้าน เกี่ยวกับรายละเอียดในการชำระเงิน

ทางร้านยังไม่ได้ทำการเพิ่มบัญชีรับเงิน กรุณาติดต่อ เจ้าของร้าน
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

129.00 บาท
  • สั่งซื้อ
0.00 บาท
  • สั่งซื้อ

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

หน้าที่เข้าชม517,166 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด278,074 ครั้ง
เปิดร้าน18 พ.ย. 2557
ร้านค้าอัพเดท3 ก.ค. 2561

0848038208
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก